Source : http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02mar15220951&day=2008-09-22§ionid=0207
รับปรากฏการณ์เด็กติดเกม แบรนด์แห่พึ่งโฆษณา
ปรากฏการณ์เด็กติดเกมอาจเป็นเรื่องน่าห่วงกังวลของผู้ใหญ่อย่างเราๆ แต่ในอีกมุมหนึ่งวิดีโอเกมก็ได้สร้างโอกาสทางการตลาดมหาศาลอย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง
โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน บรรดานักการตลาดต่างตื่นเต้นกับการโฆษณาผ่านวิดีโอเกม ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์ใหม่ที่จะดึงความสนใจจากเด็กติดเกมที่ปิดการรับสาร ผ่านโฆษณาโทรทัศน์ ทำให้แบรนด์สินค้าสารพันหันมาพึ่งโฆษณาผ่านเกมกันมากขึ้น
“แบรนด์วีกดอตคอม” รายงานโดยอ้างข้อมูลจาก “นีลเส็น เกมส์” ที่สำรวจอิทธิพลของการโฆษณาผ่านวิดีโอเกมที่กำลังมาแรง โดยเก็บข้อมูลจากคอเกมตัวยง 534 รายในเดือนที่แล้ว พบว่าสาวกเกมมากกว่า 1 ใน 3 หรือราว 36% ของทั้งหมดมักซื้อสินค้า พูดถึง หรือเข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ปรากฏอยู่ในวิดีโอเกมที่ตัวเองเล่น
โดย 11% ของคนกลุ่มนี้เคยซื้อสินค้าที่โฆษณาในเกม อีก 19% พูดถึงแบรนด์ที่โฆษณาในเกมหลังจากเข้าไปเห็นตอนเล่นเกม อีก 10% บอกต่อสินค้าที่เห็นในเกม และอีก 11% เข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่โฆษณาในเกมเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังพบว่า “โค้ก” เป็น แบรนด์ที่สาวกเกมนึกถึงมากที่สุด รองลงมาเป็น ไนกี้ เบอร์เกอร์ คิง แอ็กซ์ (Axe) เป๊ปซี่ และ พอนเตียก (Pontiac)
“ไบรอัน ไกส์” รองประธานฝ่ายการตลาดของเบอร์เกอร์ คิง หนึ่งในแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในหมู่สาวกเกม กล่าวว่า เป้าหมายของเบอร์เกอร์ คิง ในการโฆษณาผ่านวิดีโอเกมก็คือ ต้องการเข้าถึงกลุ่ม ผู้เล่นเกมผ่านสิ่งที่คนเหล่านี้รัก นอกจากนี้ สาวกเกมที่มักเป็นชายวัยรุ่นย่างวัยผู้ใหญ่ก็เป็นกลุ่มเป้าหมายของบริษัท ทำให้บริษัทพยายามหาวิธีที่จะเข้าถึงคนเหล่านี้ผ่านประสบการณ์ของพวกเขา
น่าสนใจว่า เบอร์เกอร์ คิง ไม่ได้ใช้วิดีโอเกมเป็นเครื่องมือกระตุ้นยอดขาย แฮมเบอร์เกอร์ “วอปเปอร์ส” เท่านั้น หากแต่ยังใช้ช่องทางนี้ในการส่งเสริม ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกลุ่มนี้กับแบรนด์ เบอร์เกอร์ คิง ด้วย โดยอาศัยเกมฮิตอย่าง “NFL Street” ในการซ่อนรหัสที่ให้ผู้เล่นนำไปใช้เล่นเกม
ทั้งนี้ เกม “Guitar Hero” เป็นเกมยอดนิยมที่ผู้เล่นสามารถจดจำโฆษณาในเกมได้มากที่สุด ตามมาด้วย “Need for Speed” เกมซีรีส์ฟุตบอล “Madden” เกม “Grand Theft Auto” ที่เคยเป็นแบบอย่างให้วัยรุ่นไทยก่อคดีฆาตกรรมมาแล้ว รวมถึงเกม “NCAA Football” และ “Tony Hawk”
ข้อมูลจาก “แยงกี้ กรุ๊ป” ระบุว่า เม็ดเงินโฆษณาผ่านเกมในปัจจุบันอยู่ที่เกือบๆ 200 ล้านดอลลาร์ แต่จะเพิ่มเป็น 1 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2554 ซึ่ง ยังคงเป็นเม็ดเงินที่น้อยมากเมื่อเทียบกับเม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณาที่สูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์
แม้ในช่วงแรก โฆษณาในเกมจะเป็นเพียงเครื่องมือส่งเสริมการรับรู้แบรนด์ แต่ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นตัวผลักดันที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ “อิเล็กทรอนิกส์ อาร์ตส” กำลังพัฒนาระบบอินเตอร์แอ็กทีฟบนคอมพิวเตอร์พีซี เพื่อให้ผู้เล่นสามารถคลิกเชื่อมไปชมหนังโฆษณาที่อยู่ในเกมได้เลย
